Twitterthai

Posts Tagged ‘World IPv6 Day

IPv6 คืออะไร? เครือข่ายอินเตอร์เน็ตทั่วโลกกำลังก้าวสู่ระบบ IPv6 แทน IPv4 ที่หมดไป




กลไกสำคัญในการทำงานของอินเทอร์เน็ต คือ อินเทอร์เน็ตโพรโตคอล (Internet) อินเทอร์เน็ตส่วนประกอบสำคัญของอินเทอร์เน็ตโพรโตคอล ได้แก่ หมายเลขอินเทอร์เน็ตแอดเดรส หรือ ไอพีแอดเดรส (IP address) ที่ใช้ในการอ้างอิงเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครือข่ายต่างๆบนอินเทอร์เน็ตทั่วโลก เปรียบเสมือนการใช้งานโทรศัพท์ในการติดต่อสื่อสารกัน จะต้องมีเลขหมายเบอร์โทรศัพท์เพื่อให้อ้างอิงผู้รับสายได้ คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในอินเทอร์เน็ตก็ต้องมีหมายเลข IP Address ที่ไม่ซ้ำกับใคร

หมายเลข IP address ที่เราใช้กันทุกวันนี้ คือ Internet Protocol version 4 (IPv4) ซึ่งเราใช้เป็นมาตรฐานในการส่งข้อมูลในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตตั้งแต่ปี ค.ศ. 1981 ทั้งนี้การขยายตัวของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในช่วงที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว นักวิจัยเริ่มพบว่าจำนวนหมายเลข IP address ของ IPv4 กำลังจะถูกใช้หมดไป ไม่เพียงพอกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตในอนาคต และหากเกิดขึ้นก็หมายความว่าเราจะไม่สามารถเชื่อมต่อเครื่อข่ายเข้ากับระบบอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นได้อีก ดังนั้นคณะทำงาน IETF (The Internet Engineering Task Force) ซึ่งตระหนักถึงปัญหาสำคัญดังกล่าว จึงได้พัฒนาอินเทอร์เน็ตโพรโตคอลรุ่นใหม่ขึ้น คือ รุ่นที่หก (Internet Protocol version 6; IPv6) เพื่อทดแทนอินเทอร์เน็ตโพรโตคอลรุ่นเดิม โดยมีวัตถุประสงค์ IPv6 เพื่อปรับปรุงโครงสร้างของตัวโพรโตคอล ให้รองรับหมายเลขแอดเดรสจำนวนมาก และปรับปรุงคุณลักษณะอื่นๆ อีกหลายประการ ทั้งในแง่ของประสิทธิภาพและความปลอดภัยรองรับระบบแอพพลิเคชั่น (application) ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลแพ็กเก็ต (packet) ให้ดีขึ้น ทำให้สามารถตอบสนองต่อการขยายตัวและความต้องการใช้งานเทคโนโลยีบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในอนาคตได้เป็นอย่างดี

ทำไมจึงต้องเริ่มใช้ IPv6 ?

“จริงๆ แล้ว IPv6 ถูกเริ่มใช้มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว เพียงแต่ไม่ได้ใช้กันอย่างแพร่หลาย ในประเทศเกาหลี และญี่ปุ่น ได้มีการใช้ IPv6 ในเครือข่าย ISP หลายแห่ง ในประเทศไทยยังไม่มีการใช้ IPv6 ในเชิงพาณิชย์ มีแต่ในเครือข่ายทดสอบของหน่วยงานวิจัยและมหาวิทยาลัยต่างๆ”

ประโยชน์หลักของ IPv6 และเป็นเหตุผลสำคัญของการเริ่มใช้ IPv6 ได้แก่ จำนวน IP address ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากมายมหาศาลเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวน IP address เดิมภายใต้ IPv4 IPv4 address มี 32 บิต ในขณะที่ IPv6 address มี 128 บิต ความแตกต่างของจำนวน IP address มีมากถึง 296 เท่า ความสำคัญของการมี IP address ที่ไม่ซ้ำกันและสามารถเห็นกันได้ทั่วโลก จะช่วยผลักดันการพัฒนา แอพพลิเคชั่นแบบ peer-to-peer ที่ต้องการ IP address จริงเป็นจำนวนมาก เช่นการทำ file sharing, instant messaging, และ online gaming แอพพลิเคชั่นเหล่านี้มีข้อจำกัดภายใต้ IPv4 address เนื่องจากผู้ใช้บางส่วนที่ได้รับจัดสรร IP address ผ่าน NAT (Network Address Translation) ไม่มี IP address จริง จึงไม่สามารถใช้แอพพลิเคชั่นเหล่านี้ได้

สำหรับองค์กรหรือบริษัทห้างร้านต่างๆ การมี IP address จริงอาจไม่ใช่ประเด็นสำคัญ อย่างไรก็ตามหน่วยงานเหล่านี้ควรมีความเข้าใจถึงข้อจำกัดของการใช้ NAT นั่นก็คือ การใช้ IP address ปลอม อาจทำให้เกิดความยุ่งยากในอนาคตหากต้องมีการรวมเครือข่ายสองเครือข่ายที่ใช้ IP address ปลอมทั้งคู่ อีกทั้ง การใช้ IP address ปลอม เป็นการปิดโอกาสที่จะใช้แอพพลิเคชั่นหรือบริการแบบ peer-to-peer เช่น IPsec ในอนาคต



เมื่อไหร่เราจะต้องเริ่มใช้ IPv6 ?

ความจริงแล้วส่วนประกอบหลักๆ ของโพรโตคอล IPv6 ได้ถูกกำหนดขึ้นเรียบร้อยและออกเป็น RFC (Request For Comments) อย่างสมบูรณ์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1998 แล้ว ยังคงเหลือในส่วนความสามารถและคุณลักษณะปลีกย่อย เช่น การจัดสรรชุดหมายเลข IPv6 การทำ multi-homing หรือการทำ network management ที่ยังต้องรอการกำหนดมาตรฐาน แต่ในส่วนนี้ไม่น่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในฮาร์ดแวร์ หรือ ซอฟท์แวร์มากนัก

จะว่าไปแล้ว IPv6 ถูกเริ่มใช้มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว เพียงแต่ไม่ได้ใช้กันอย่างแพร่หลาย ในต่างประเทศ เช่น เกาหลี และญี่ปุ่น ได้มีการใช้ IPv6 ในเครือข่าย ISP หลายแห่ง ในประเทศไทยยังไม่มีการใช้ IPv6 ในเชิงพาณิชย์ มีแต่ในเครือข่ายทดสอบของหน่วยงานวิจัยและมหาวิทยาลัยต่างๆ

หากจะถามว่าเมื่อไหร่จึงจะต้องเริ่มใช้ IPv6 คำตอบนั้นขึ้นอยู่กับความจำเป็นในด้านต่างๆ ของผู้ใช้และผู้ให้บริการเอง ความจำเป็นประการแรก คือการขาดแคลนหมายเลข IP address สิ่งนี้น่าจะเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับประเทศในเอเชียเช่น เกาหลี และญี่ปุ่น

ซึ่งมีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสูงกว่าหมายเลข IPv4 address ที่ได้รับจัดสรรมาก สำหรับประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ ความจำเป็นด้านนี้ยังไม่สูงมากเนื่องจากยังมีหมายเลข IPv4 address เหลืออยู่อีกเป็นจำนวนมาก ความจำเป็นประการที่สอง ได้แก่ ความต้องการ

บริการหรือแอพพลิเคชั่นชนิดใหม่ที่ต้องใช้หมายเลข IPv6 address ตัวอย่างเช่น การให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3 (Third Generation Mobile Phone) หรือการใช้แอพพลิเคชั่นแบบ peer-to-peer อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้ให้บริการ การรอจนกระทั่ง

ความจำเป็นดังกล่าวมาถึง โดยไม่ได้มีการวางแผนการปรับเปลี่ยนเครือข่ายล่วงหน้า อาจทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายและเสียโอกาสการแข่งขันทางธุรกิจได้



เปรียบเทียบรูปแบบของ IPv6 และ IPv4 address

IPv6 จะถูกเริ่มใช้ที่ไหนก่อน ?

ประเทศในทวีปเอเชีย และยุโรป มีความตื่นตัวในการปรับเปลี่ยนเครือข่ายมากกว่าประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ เนื่องมาจากปัญหาการขาดแคลน IPv4 address บริษัทผู้นำทางด้านเทคโนโลยี IPv6 ล้วนตั้งอยู่ในภูมิภาคนี้ รัฐบาลประเทศญี่ปุ่นและสาธารณรัฐเกาหลี ต่างให้การสนับสนุนและผลักดันภาคเอกชน ให้หันมาให้บริการ IPv6 ในเชิงพาณิชย์มากขึ้น อีกทั้งประเทศใหญ่ๆ อย่างเช่น จีน ก็คาดว่าจะเริ่มหันมาเอาจริงเอาจังในด้านนี้ ด้วยจำนวนประชากรและสถานะทางเศรษฐกิจที่บังคับ

นอกจากปัจจัยทางภูมิศาสตร์แล้ว บริการทางเครือข่ายที่จำเป็นต้องใช้ IPv6 อย่างเช่นบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3 ก็อาจเป็นจุดแรกของการเริ่มนำ IPv6 มาใช้ หรือการพัฒนาเครือข่ายภายในบ้านสำหรับติดต่อสื่อสารระหว่างอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ก็อาจเป็นแรงผลักดันสำคัญสำหรับการนำ IPv6 มาใช้ การสำรวจพบว่าบริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างให้ความสนใจที่จะผนวกหมายเลข IPv6 address เข้ากับอุปกรณ์ไฟฟ้าของตน

เราควรนำ IPv6 มาใช้อย่างไร ?

การนำ IPv6 มาใช้ ควรจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากการปรับเปลี่ยนอินเทอร์เน็ตโพรโตคอลจะส่งผลกระทบต่อเครือข่ายทั่วโลกที่เชื่อมต่อกันอยู่ ดังนั้นการปรับเปลี่ยนไปสู่เครือข่าย IPv6 ล้วน อาจใช้ระยะเวลาเป็นปี เพราะเหตุนี้ ทาง IETF จึงเสนอทางออก

เพื่อช่วยในการทำงานร่วมกันระหว่าง IPv4 และ IPv6 ในระหว่างที่เครือข่ายบางแห่งเริ่มมีการปรับเปลี่ยนในช่วงแรก การใช้งาน IPv6 อาจอยู่ในวงแคบ ดังนั้นเราต้องการเทคนิคเพื่อเชื่อมต่อเครือข่ายที่เป็น IPv6 เข้ากับเครือข่าย IPv4 หรือเครือข่าย IPv6 อื่น เทคนิคการทำงานร่วมกันระหว่าง IPv4 และ IPv6 แบ่งออกเป็น 3 ประเภทด้วยกันคือ

1. การทำ dual stack  เป็นวิธีพื้นฐานที่สุด ทำงานโดยใช้ IP stack สองอันคือ IPv4 stack และ IPv6 stack ทำงานควบคู่กัน เมื่อใดที่แอพพลิเคชั่นที่ใช้เป็น IPv4 ข้อมูลแพ็กเก็ตก็จะถูกส่งออกผ่านทาง IPv4 stack เมื่อใดที่แอพพลิเคชั่นที่ใช้เป็น IPv6 ข้อมูลแพ็กเก็ตก็จะถูกส่งออกผ่านทาง IPv6 stack การทำ dual stack เป็นทางออกที่ง่ายที่สุดแต่ไม่ใช่ long term solution เนื่องจากยังจำเป็นต้องใช้ IPv4 address ที่โฮสต์หรือเร้าท์เตอร์ที่ใช้ dual stack นั้น

2. การทำ tunneling  เป็นอีกวิธีที่ใช้กันแพร่หลายเพราะเหมาะสมกับการสื่อสารระหว่างเครือข่าย IPv6 ผ่านเครือข่าย IPv4 การส่งข้อมูลทำได้โดยการ encapsulate IPv6 packet ภายใน IPv4 packet ที่ tunneling gateway ก่อนออกไปยังเครือข่าย IPv4 ที่ปลายทาง ก่อนเข้าไปสู่เครือข่าย IPv6 ก็จะต้องผ่าน tunneling gateway อีกตัวซึ่งทำหน้าที่ decapsulate IPv6 packet และส่งต่อไปยังจุดหมายปลายทาง จะเห็นได้ว่าการทำ tunneling นี้จะใช้ไม่ได้สำหรับการสื่อสารโดยตรงระหว่างเครื่องในเครือข่าย IPv6 และเครื่องในเครือข่าย IPv4

3. การทำ translation  การทำ translation จะช่วยในการสื่อสารระหว่างเครือข่าย IPv6 และ IPv4 เทคนิคการทำ translation มีสองแบบ แบบแรกคือการแปลที่ end host โดยเพิ่ม translator function เข้าไปใน protocol stack โดยอาจอยู่ที่ network layer, TCP layer, หรือ socket layer ก็ได้ แบบที่สองคือการแปลที่ network device โดยจะต้องใช้ gateway ทำหน้าที่เป็น IPv6-IPv4 และ IPv4-IPv6 translator อยู่ที่ทางออกที่มีการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่าย IPv6 และ IPv4

ทั้งนี้หลังจากการปรับเปลี่ยนเสร็จสมบูรณ์ เมื่อเครือข่ายต้นทาง กลางทาง และปลายทาง เป็น IPv6 ทั้งหมด เราสามารถทำการสื่อสารโดยใช้โพรโตคอล IPv6 โดยตรง ซึ่งเราเรียกการสื่อสารลักษณะนี้ว่า native IPv6 network.


ในประเทศไทยมี ISP รายไหนให้บริการ IPv6 บ้าง?

ISP ในประเทศไทยที่ได้รับการจัดสรร IPv6 address มีดังนี้

หมายเหตุ :  IPv6 address ที่ได้รับจัดสรรจาก 6Bone จะอยู่ในช่วง Prefix 3ffe::/16 เป็น IPv6 address ชั่วคราวสำหรับใช้งานในเครือข่ายทดสอบ (IPv6 testbed) เท่านั้น และจะต้องถูกเรียกคืนภายใน 6 มิถุนายน 2549 ซึ่งเป็นกำหนดการปิดตัวของเครือข่าย 6Bone ส่วน IPv6 address ที่ได้รับจัดสรรจาก APNIC จะเป็นหมายเลขทีสามารถนำไปให้บริการได้จริง แม้ว่า ISP หลายรายจะเริ่มได้รับการจัดสรรหมายเลข IPv6 address แต่ในปัจจุบัน (มิถุนายน 2548) ยังไม่มีรายใด ที่เปิดให้บริการ IPv6 ในเชิงพาณิชย์กับลูกค้า มีเพียงแต่การทดลองเชื่อมต่อ และการเตรียมความพร้อมภายใน


ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ IPv6 ของISP ต่างๆ ในประเทศไทย จะหาได้จากที่ไหน?

เวบไซต์เหล่านี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความก้าวหน้าและบริการด้าน IPv6 ของ ISP แต่ละแห่ง ดังนี้

CAT :  http://web.ipv6.cattelecom.com

InternetThailand :  http://www.v6.inet.co.th

CS-Loxinfo :  http://www.ipv6.loxinfo.net.th

TRUE (AsiaInfonet) :  http://www.v6.trueinternet.co.th

NECTEC :  http://www.ipv6.nectec.or.th


บทสรุป
โดย ฉัตรชัย จันทร์อินทร์, เทพฤทธิ์ บัณฑิตวัฒนาวงศ์, ยุทธนา ชนวัฒน์

อินเทอร์เน็ตโพรโตคอลรุ่นที่ 6 (IPv6) มีข้อดีที่เหนือกว่าอินเทอร์เน็ตโพรโตคอลรุ่นที่ 4 (IPv4) ดังนี้

  • มีจำนวนหมายเลขอ้างอิงบนเครือข่ายหรือไอพีแอดเดรสที่มากกว่า
  • มีรูปแบบเฮดเดอร์ของตัวโพรโตคอลที่เรียบง่ายและยืดหยุ่นกว่าทำให้ประสิทธิภาพดีขึ้นในหลาย ๆ ด้าน
  • สนับสนุนแนวคิดการค้นหาเส้นทางแบบลำดับชั้น ส่งผลให้ตารางการค้นหาเส้นทางในเครือข่ายแบ็กโบนมีขนาดเล็ก
  • สนับสนุนการสร้างคุณภาพของบริการ (Quality of Service, QoS)
  • สนับสนุนการติดตั้งปรับแต่งระบบแบบอัตโนมัติ (Serverless Autoconfiguration) การปรับเปลี่ยนแอดเดรส (Renumbering) การเชื่อมต่อหลายผู้ให้บริการ (Multihoming) และ Plug-and-Play
  • สนับสนุนกลไกการรักษาความปลอดภัยบนพื้นฐานของ IPSec (IP Security)
  • สนับสนุนการสื่อสารด้วยไอพีแบบเคลื่อนที่ (Mobile IP)
  • มีการปรับปรุงความสามารถในการติดต่อแบบมัลติคาสต์ (Multicast)


Referred :  IPv6.nectec.or.th  (ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ)

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  ICT ลั่น 8 มิ.ย. 54 ทดสอบ IPv6 พร้อมกันทั่วโลก World IPv6 Day

Advertisements

ICT ประกาศปรับโหมดจาก IPv4 เตรียมนำประเทศไทยก้าวสู่การใช้งานระบบ IPv6 ขณะที่ทั่วโลกเตรียมพร้อมทดสอบ IPv6 วันที่ 8 มิ.ย. 54 นี้

นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที กล่าวว่า ขณะนี้ กระทรวงฯ ประกาศนำประเทศไทย สู่ไอพีวี6 (IPv6) มาใช้ หลังจากการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งการสืบค้น และเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่างๆ อีกทั้ง จำเป็นต้องระบุตำแหน่งในการเชื่อมต่อว่ามาจากที่ใด ด้วยการระบุหมายเลขอินเทอร์เน็ต หรือ อินเทอร์เน็ตโปรโตคอล หรือ ไอพี โดยหมายเลขอินเทอร์เน็ตที่ใช้กันในปัจจุบันนี้เป็นระบบอินเทอร์เน็ตโปรโตคอล เวอร์ชั่น4 หรือ ไอพีวี4 ที่มีทั้งหมดประมาณ 4 พันล้านหมายเลข

“จากความสะดวกในการเข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์ต่างๆ ได้ส่งผลให้หมายเลขไอพี ในระบบ ไอพีวี 4 มีไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้งาน และที่สำคัญ คือ หมายเลข ไอพีวี4 กำลังจะหมดลงในอนาคตอันใกล้นี้ จึงได้เสนอระบบใหม่ที่เรียกว่า ไอพีวี 6 โดยจะทำให้มีจำนวนไอพีแอดเดรส มากเพียงพอต่อความต้องการ โดย ไอพีวี 6 จะสามารถรองรับการเชื่อมต่อได้มากถึง 2 ยกกำลัง 128 หรือ มากกว่า ไอพีวี 4 ถึง 2 ยกกำลัง 96 เท่า ทำให้มีคำเปรียบเปรยว่า เม็ดทรายทุกเม็ดบนโลกสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้” ปลัดไอซีที กล่าว

ดังนั้น ประเทศต่างๆ ในโลกจึงได้พิจารณาเตรียมการเพื่อรองรับการเปลี่ยนไปใช้ระบบ ไอพีวี 6 ซึ่งต้องพิจารณาความพร้อมในด้านต่างๆ ทั้งในส่วนของเครื่องมืออุปกรณ์ที่ต้องรองรับ ไอพีวี 6 ด้านบุคลากรที่ต้องเรียนรู้การใช้ระบบใหม่ และเรื่องงบประมาณที่ต้องเตรียมการ เป็นต้น

สำหรับ ประเทศไทย ตามแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ฉบับที่ 2) ของประเทศไทย ปี 2552 – 2556 ในส่วนของยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้กำหนดให้เริ่มพิจารณาวางแผนการสร้างโครงข่ายการสื่อสารยุคใหม่ หรือ เอ็นจีอ็น (Next Generation Network : NGN) รวมถึงองค์ประกอบสำหรับขยายขอบข่ายของบริการอินเทอร์เน็ตในปัจจุบันไปสู่บริการอินเทอร์เน็ตยุคใหม่ หรือ ไอพีวี 6 ให้เป็นผลสำเร็จ ตลอดจนวางแผนการใช้งาน ไอพีวี6 ในโครงการ บรอดแบนด์แห่งชาติไว้ด้วย ซึ่งทั้งภาครัฐและภาคเอกชนก็ได้มีการเตรียมการเพื่อปรับเปลี่ยนไปสู่ ไอพีวี 6 มาระยะหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคเอกชน และองค์กรหลายๆ แห่งก็ได้มีการดำเนินการในเรื่องนี้แล้ว

นางจีราวรรณ กล่าวต่อว่า กระทรวงฯ ได้แต่งตั้งคณะทำงานส่งเสริมนโยบาย ไอพีวี6 ที่มีผู้แทนจากหลายภาคส่วนมาร่วมพิจารณาการดำเนินการใช้ ไอพีวี6 ของประเทศไทย โดยกำหนดแนวทางดำเนินการเตรียมความพร้อมเครือข่ายสำหรับภาครัฐ เป็นการนำร่อง และเพื่อแสดงความชัดเจนของประเทศไทยในเรื่องนี้ กระทรวงฯ จึงขอประกาศอย่างเป็นทางการว่า ประเทศไทยเริ่มการเปลี่ยนผ่านไปสู่  ไอพีวี6 แล้ว โดยเริ่มจากงานด้านรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์  หรือ อีกัฟเวิร์นเมนท์ ของกระทรวง ซึ่งมีสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ นอกจากนี้ รัฐวิสาหกิจภายใต้กระทรวงฯ คือ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ก็จะเริ่มดำเนินการในเรื่องนี้เช่นกัน


World IPv6  Day : June 8, 2011
 

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 8 มิ.ย. 54 นี้ เป็นวันที่ทั่วโลก กำหนดให้เป็นวันที่จะทดสอบการใช้ ไอพีวี6 พร้อมกันทั่วโลก หรือเรียกว่า World IPv6 Day โดยหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ของประเทศต่างๆ จะร่วมทำการทดสอบพร้อมๆ กันทั่วโลก ซึ่งกระทรวงไอซีทีจะนำหน่วยงานในสังกัด คือ สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ฯ เข้าร่วมการทดสอบด้วย

นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังได้ร่วมกับสมาคม ไอพีวี6 ประเทศไทย และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. จัดการประชุมสัมมนา เรื่อง ก้าวสู่จุดเปลี่ยน ไอพีวี6 ประเทศไทย โดย มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ และกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัวรวม อีกทั้ง เตรียมความพร้อมในการปรับปรุงและพัฒนาเครือข่ายคอมพิวเตอร์ภายในประเทศไทยไปสู่การใช้งานเทคโนโลยี ไอพีวี 6 และนำเครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชนร่วมทดสอบ ไอพีวี6 อย่างเป็นทางการให้แก่ผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง ของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนด้วย


สืบเนื่องจากชุดตัวเลขระบบ IPv4 ที่ใช้ในปัจจุบัน หมดลงอย่างเป็นทางการ และเร็วกว่าที่ประเมินกันไว้

Blognone เสนอข่าวของ IPv6 มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญหา IPv4 ใกล้หมด (ซึ่งเป็นปัจจัยผลักดันสำคัญให้คนย้ายไปใช้ IPv6)

การประเมินก่อนหน้านี้คือ IPv4 จะหมดในปี 2013 (ประเมินปี 2008) และลดลงมาเหลือ 2012 (ประเมินเมื่อต้นปีนี้) ล่าสุดทางซีอีโอของ American Registry for Internet Numbers ซึ่งเป็นผู้บริหารจัดการหมายเลขไอพีของภูมิภาคอเมริกาเหนือ ได้ให้สัมภาษณ์ว่าปริมาณ IPv4 เหลือใช้ได้อีกไม่ถึง 1 ปีดี (ถ้านับจากวันนี้ก็คือหมดประมาณกลางปี 2011) ถ้าคิดเป็นสัดส่วนคือเหลือแค่ 6% เท่านั้นอัตราการใช้งานหมายเลขไอพีเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นเพราะช่วงอินเทอร์เน็ตบูมเมื่อสัก 3-4 ปีที่ผ่านมา รวมถึงความนิยมในอุปกรณ์ชนิดใหม่ๆ ที่ต่ออินเทอร์เน็ตได้อย่างสมาร์ทโฟน เป็นต้น และทางแก้ที่เตรียมการกันไว้คือการใช้ IPv6 ก็ยังไม่ถูกดำเนินการกันมากนัก.

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  IPv6 คืออะไร? ทำไมจึงต้องเริ่มใช้ IPv6 ?


Twitter @siangchai

Enjoy talk all
interesting story
on a daily life.

siangchai on Facebook

มาเล่นทวิตเตอร์กันเถอะ

  • สนุกแน่! FB ทุ่ม 200 ล้านปอนด์ คว้าสิทธิ์ยิงสดพรีเมียร์ลีกอังกฤษ... การฟาดแข้งทั้ง 380 แมตช์ต่อซีซัน เริ่มปี 2019 จ… twitter.com/i/web/status/1… 5 months ago
  • ด่วน! ยืนยันพบทีมหมูป่าทั้ง 13 คนแล้ว today.line.me/TH/article/WkX… #LINETODAY 5 months ago
  • "เด็กรอดแน่! ตุนเสบียงเข้าถ้ำ" เปิดเสบียง 13 ชีวิต ซื้อกินก่อนเข้าถ้ำ น้ำหวาน ขนม นักวิทย์ชี้อยู่ได้เป็นเดือน [clip] goo.gl/xb31o3 5 months ago
  • กลับไม่ได้ไปไม่ถึง (ทำไงดี) cover by หนอยแน่ The Voice (HQ audio) youtu.be/FQ36umC70ME 9 months ago
  • แต่ชุดนี้คือการร้อง cover ที่สุ้มเสียงถือว่าดีมากเลยแหละ ลองฟังดู goo.gl/KuTPbC https://t.co/0jdtaKNrui 10 months ago

วันที่โพสต์บทความ

December 2018
M T W T F S S
« Dec    
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31  

คลังเก็บ

ป้ายกำกับ

Alabama Android Apple App Store Bin Laden killed blog Copenhagen Cydia Data center Denmark Earthquake free blog Google Google data center Greenpoison Internet service provider iOS IP IPad IP address iPhone IPv4 IPv6 jailbreak ios4.2.1 jailbreak iphone Japan earthquake Jay Freeman Noma overdrive Philadelphia Orchestra Protocols René Redzepi Samsung Seismology Smartphone Tornado walter breuning Wordpress World IPv6 Day world oldest man ความดัน ความดันโลหิตสูง ดนตรีคลาสสิค ดาวน์โหลดตราสัญลักษณ์ 84 พรรษา ตราสัญลักษณ์ 84 พรรษา ทอร์นาโด บิน ลาเดน พายุงวงช้าง พายุทอร์นาโด พายุหมุน ฟิลาเดลเฟีย ออเคสตร้า ภัตตาคารโนมา มะม่วงน้ำดอกไม้ มะเร็ง มะเร็งจากกล่องโฟม มะเร็งจากอาหาร วิทยาแผ่นดินไหว ศูนย์ข้อมูลกูเกิล สังหารบิน ลาดิน สุขภาพ หน่วยรบซีลส์ อาหารกล่องโฟม ฺBin Laden เกียร์ออโต้ เจลเบรค เจลเบรคไอโฟน เบาหวาน เหงื่อออกน้อย เหงื่อออกมาก แผ่นดินไหวญี่ปุ่น โนมา โลโก้ 84 พรรษา โอบามา ไอพีวี4 ไอพีวี6

สถิติผู้ชม

  • 127,403 hits
Advertisements