Twitterthai

นักวิทยาศาสตร์ถกกันเครียด “โลกกำลังมีอภิมหาแผ่นดินไหวบ่อยขึ้นหรือไม่?”

Posted on: April 24, 2011

ในช่วงเวลาไม่ถึงเจ็ดปีเต็มที่ผ่านมานี้ โลกของเราได้เผชิญหน้ากับเหตุการณ์ภัยพิบัติที่เกิดจากแผ่นดินไหวที่มีขนาดเกิน 8.6 ตามมาตราริกเตอร์ถึง 3 ครั้ง

เริ่มจากที่อินโดนีเซีย (คนไทยคงยังจำสึนามิในปี 2004 ที่เกิดจากแผ่นดินไหวขนาด 9.1 ครั้งนั้นได้เป็นอย่างดี), ชิลี (แผ่นดินไหวขนาด 8.8 ในปี 2010), และครั้งล่าสุดที่ญี่ปุ่น (“Tohoku Earthquake” หรือ “Sendai Earthquake” ขนาด 9.0 ในเดือนมีนาคม 2011) แนวโน้มเช่นนี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหวมีความเห็นแบ่งกันเป็นสองฝ่าย และต่างฝ่ายต่างก็ระดมพลเข้าถกเถียงกันอย่างเข้มข้นในการประชุมประจำปีของ Seismological Society of America เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2011 ที่ผ่านมา ฝ่ายหนึ่งก็บอกว่าเมื่อมีแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในระดับอภิมหาแผ่นดินไหว (Megaquake) เกิดขึ้นครั้งหนึ่ง แผ่นเปลือกโลกโดยรวมจะได้รับผลกระทบทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ๆ ตามมาอีกเป็นชุด


Charles Bufe นักวิทยาศาสตร์วัยเกษียณจาก US Geological Survey (USGS) ในเดนเวอร์ ได้รายงานว่า เมื่อเอาข้อมูลการเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ๆ ที่มีขนาดเกิน 9.0 ในช่วงปี 1952-1964 มาวิเคราะห์จะเห็นว่าแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ๆ เกิดติดกันเป็นช่วงๆ ที่มีความสัมพันธ์กันกับแผ่นดินไหวครั้งก่อนหน้า จากการวิเคราะห์ของเขานั้น แผ่นดินไหวขนาด 9.0 ที่ Kamchatka ในประเทศรัสเซียเป็นเหตุการณ์อภิมหาแผ่นดินไหวครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1900 จากนั้นก็มีเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ตามมาเรื่อยๆ เป็นชุด จนไปจบชุดลงที่เหตุแผ่นดินไหวขนาด 9.2 ที่อะลาสก้า (อภิมหาแผ่นดินไหวที่อยู่ในช่วงนี้ด้วย คือ แผ่นดินไหวขนาด 9.5 ที่ถล่มชิลีในปี 1960 ซึ่งเป็นแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดเท่าที่วิทยาศาสตร์มีการบันทึกมา) เขาสรุปไว้ในรายงานว่ามีโอกาสเพียง 4% เท่านั้นที่แนวโน้มนี้จะเกิดขึ้นเพราะ “ความบังเอิญ” หรือพูดอีกทางนั่นคือ เขาแน่ใจ 96% ว่าเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ๆ ไม่ได้กระจายตัวแบบสุ่ม นอกจากนั้นเมื่อรวมข้อมูลของเหตุการณ์แผ่นดินไหวในปี 2004 เข้าไป เขาพบว่าโอกาสที่จะเกิดแบบสุ่มลดลงเหลือเพียง 2% เท่านั้น

David Perkins เพื่อนของ Charles Bufe ที่ USGS ได้ร่วมกันก้บ Charles Bufe ทำแบบจำลองทำนายเหตุการณ์แผ่นดินไหวในอนาคตอันใกล้ขึ้นมา พวกเขาพบว่า ตามแบบจำลองที่สมมติให้แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ๆ เกิดแบบกระจุกตัวเป็นชุด มีโอกาส 63% ที่เราจะได้เจอกับแผ่นดินไหวขนาด 9.0 หรือใหญ่กว่า ณ จุดไหนสักแห่งบนโลกนี้ภายใน 6 ปีข้างหน้า ตัวเลขนี้ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับโอกาส 24% ในกรณีที่สมมติให้แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ๆ กระจายตัวแบบสุ่ม แต่ในอีกฝ่ายหนึ่ง นักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ ก็ไม่ได้เห็นด้วยกับการสรุปของ David Perkins และ Charles Bufe

Andrew Michael นักวิจัยจาก USGS ที่ Menlo Park รัฐแคลิฟอร์เนีย รายงานไปอีกทางว่า เมื่อเขาเอาข้อมูลมาวิเคราะห์ทางสถิติ โดยดูตัวแปรอื่นๆ ร่วมด้วยและตั้งค่าขนาดแผ่นดินไหวขั้นต่ำที่จะเอามาทดสอบไว้ที่ระดับต่างๆ กันหลายระดับ ไม่ใช่แค่เอาเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาดเกิน 9.0 มาคิด เขากลับไม่เห็นการกระจุกตัวเป็นชุดอย่างที่ David Perkins กับ Charles Bufe บอกเลย และเมื่อเอาข้อมูลทั้งระยะเวลาที่ทิ้งห่างระหว่างแผ่นดินไหวแต่ละครั้งและกิจกรรมการเคลื่อนไหวของแผ่นเปลือกโลกมาสร้างแบบจำลอง Andrew Michael ก็ยืนยันว่าแบบจำลองที่อิงพื้นฐานการกระจายตัวแบบสุ่มอธิบายข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงได้ดีกว่า

Charles Bufe โต้ทันควันว่าวิธีของ Andrew Michael มันไม่เหมาะสม มันควรจะนับเอาเฉพาะเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ๆ แบบที่เขาทำ ถ้าไปนับเอาครั้งเล็กๆ น้อยๆ ด้วย รูปแบบการกระจุกตัวของแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ๆ ก็จะถูกกลบไปหมด แต่ Richard Aster แห่ง New Mexico Institute of Mining and Technology ก็ออกมาเข้าข้าง Andrew Michael ว่าวิธีและการสรุปของ Charles Bufe ต่างหากที่ไม่ตรงกับหลักการทางสถิติ นับตั้งแต่ปี 1900 มีแผ่นดินไหวที่ขนาดมากกว่า 7.0 ทั้งสิ้น 1,700 กว่าครั้ง แต่มีเพียงแค่ 70 ครั้งที่มีขนาดเกิน 8.0 และ 5 ครั้งที่มีขนาดเกิน 9.0

Richard Aster ได้ทำการวิเคราะห์ของตัวเองมาเหมือนกัน เขานำข้อมูลของพลังงานที่ปลดปล่อยออกมาจากแผ่นดินไหวแต่ละครั้งมาร่วมคำนวณด้วย ผลที่เขาได้ก็ออกมาในทางเดียวกันกับ Andrew Michael นั่นคือ ไม่พบการกระจุกตัวของแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ๆ ที่มีนัยสำคัญทางสถิติเลย ถ้าจะมีชุดข้อมูลที่กระจุกตัวกันบ้าง ส่วนใหญ่นั่นก็เกิดจาก aftershock และการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกในพื้นที่ใกล้เคียง ไม่ใช่ความสัมพันธ์ในระดับทั้งโลกแบบที่ว่าพอมีอภิมหาแผ่นดินไหวครั้งหนึ่งแล้วต้องมีอภิมหาแผ่นดินไหวในที่อื่นๆ ตามมาอีกเป็นชุด

ทีมวิจัยของ Richard Aster สรุปว่าแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ๆ ส่งแรงกระทบกระเทือนไปยังแผ่นเปลือกโลกอื่นได้อย่างมากก็แค่แผ่นที่ห่างออกไปเป็นระยะทางไม่เกิน 2-3 เท่าของรอยแยกนับจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว การที่แผ่นดินไหวในซีกโลกหนึ่งจะส่งแรงกระเทือนเป็นพันๆ กิโลเมตรข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกไปก่อให้เกิดแผ่นดินไหวในอีกซีกโลกหนึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้

เรื่องที่น่าเสียดายที่สุดของการถกเถียงครั้งนี้คือ เราหาใครมาเป็นกรรมการตัดสินผลแพ้-ชนะไม่ได้ Andrew Michael ยอมรับตรงๆ ว่า “ทางเดียวที่จะพิสูจน์เรื่องนี้ได้คือต้องรอไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะมีข้อมูลของแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ๆ มากกว่านี้ โชคร้ายที่หนทางนี้มันเป็นเรื่องปกติของ Seismology

(Seismology คือ วิชาที่ว่าด้วยการศึกษาแผ่นดินไหวและการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกอันเกิดจากคลื่นแผ่นดินไหว)

The only way out of this will be unfortunately waiting a long time until we see more large earthquakes. That is the problem we face in seismology.

แปลว่าเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอภิมหาแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นติดๆ กันในช่วง 7 ปีนี้เป็นแค่ “เรื่องบังเอิญทางสถิติ” หรือเป็นเพราะ “โลกเรากำลังอยู่ในช่วงที่แผ่นดินไหวชุดใหญ่กำลังเกิดขึ้นอย่างถี่ๆ” กันแน่ จนกว่านักวิทยาศาสตร์พวกนี้จะได้ข้อมูลมาดูเล่นมากพอ ซึ่งนั่นอาจหมายถึงเวลาอย่างต่ำอีกเป็นร้อยเป็นพันปี (การเก็บข้อมูลแผ่นดินไหวตามหลักการวิทยาศาสตร์สมัยใหม่เพิ่งมีมาได้เพียงร้อยปีเศษเท่านั้น)

ผมว่าเมื่อรู้แบบนี้แล้ว หากท่านใดยังเจอฟอร์เวิร์ดเมลหรือข่าวลือในเครือข่ายสังคมออนไลน์ว่า “ธรรมชาติกำลังลงโทษมนุษย์ สร้างแผ่นดินไหวมาถล่มโลกให้แตก” พร้อมกับแนบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาให้ดูน่าเชื่อถือ ก็ขอให้ท่านตอบกลับด้วยข่าวนี้ และบอกคนส่งว่า “นักวิทยาศาสตร์ตัวจริงมันไม่มีเวลามาทำนายโลกแตกหรอก แค่ที่เถียงๆ กันนี่จะจบก่อนโลกแตกหรือเปล่า ยังไม่รู้เลย”.

Referred :  terminus, jusci.net

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Twitter @siangchai

Enjoy talk all
interesting story
on a daily life.

siangchai on Facebook

มาเล่นทวิตเตอร์กันเถอะ

  • สนช.และนายกฯ ประกาศ "สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร" ทรงขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 (ทรท. 22.10 น.) 4 days ago
  • "ประเทศไทยโชคดีที่สุดในโลกด้วยเหตุผล 9 ข้อ" เราควรภูมิใจในความเป็น"ไทย" จงรักษาแผ่นดินเกิด thesunz.com/117985 2 months ago
  • ขณะที่บางคนนอนหลับสบาย รู้ไหม เมื่อคืน (7-9-59) ดาวเคราะห์น้อยเฉียดโลกเส้นยาแดงผ่าแปด! goo.gl/JmbSaB -MTC 2 months ago
  • LineCaptureScreen โคตรสะดวก มันไม่ใช่แค่ส่งไลน์เท่านั้น ยังสามารถ Save ลงคอมได้ ดีกว่าปุ่ม Print Scn ซะอีกเพราะสามารถเลือกขอบเขตการจับภาพได้ 4 months ago
  • LINE บน Windows วันนี้ อัพ v. 4.8 เพิ่มเครื่องมือ Crop สามารถลาก cropping เพื่อจับภาพทุกส่วนบน Desktop ได้ และส่ง goo.gl/3sMdE4 4 months ago

วันที่โพสต์บทความ

April 2011
M T W T F S S
« Feb   May »
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930  

คลังเก็บ

ป้ายกำกับ

Alabama Android Apple App Store Bin Laden killed blog Copenhagen Cydia Data center Denmark Earthquake free blog Google Google data center Greenpoison Internet service provider iOS IP IPad IP address iPhone IPv4 IPv6 jailbreak ios4.2.1 jailbreak iphone Japan earthquake Jay Freeman Noma overdrive Philadelphia Orchestra Protocols René Redzepi Samsung Seismology Smartphone Tornado walter breuning Wordpress World IPv6 Day world oldest man ความดัน ความดันโลหิตสูง ดนตรีคลาสสิค ดาวน์โหลดตราสัญลักษณ์ 84 พรรษา ตราสัญลักษณ์ 84 พรรษา ทอร์นาโด บิน ลาเดน พายุงวงช้าง พายุทอร์นาโด พายุหมุน ฟิลาเดลเฟีย ออเคสตร้า ภัตตาคารโนมา มะม่วงน้ำดอกไม้ มะเร็ง มะเร็งจากกล่องโฟม มะเร็งจากอาหาร วิทยาแผ่นดินไหว ศูนย์ข้อมูลกูเกิล สังหารบิน ลาดิน สุขภาพ หน่วยรบซีลส์ อาหารกล่องโฟม ฺBin Laden เกียร์ออโต้ เจลเบรค เจลเบรคไอโฟน เบาหวาน เหงื่อออกน้อย เหงื่อออกมาก แผ่นดินไหวญี่ปุ่น โนมา โลโก้ 84 พรรษา โอบามา ไอพีวี4 ไอพีวี6

สถิติผู้ชม

  • 114,613 hits